


หลายคนคงเคยแอบงงว่า “ทำไม iPad มันมีหลายรุ่นจัง แล้วเราควรซื้อรุ่นไหนดี?” จะซื้อรุ่นโปรสุดก็กลัวใช้ไม่คุ้ม
จะซื้อรุ่นเริ่มต้นก็กลัวไม่ตอบโจทย์การทำงาน
เราลองมาสรุปสั้นๆง่าย ให้เลือกได้แบบเบื้องต้นก่อนไปอ่านฉบับเต็มด้วยกัน
การเลือก iPad ที่ดีที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “รุ่นไหนแพงที่สุด” แต่ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน งบประมาณ และอุปกรณ์เสริมที่ต้องใช้ร่วมกัน
iPad ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 ซีรีส์หลักๆ ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีหน้าที่และกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมาก มาเริ่มกันที่….
นี่คือรุ่นที่คนนิยมใช้มากที่สุดเพราะ “ราคาเป็นมิตรที่สุด” ครับ ตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอกำลังดี ทำได้ทุกอย่างที่ iPad ควรจะทำได้ ไม่ว่าจะจดโน้ต
ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมทั่วไป
ถ้ารุ่นเริ่มต้นยังตอบโจทย์งานหนักๆ ของคุณไม่ได้ iPad Air คือรุ่นที่ขยับความเก่งขึ้นมาอีกขั้นครับ รุ่นนี้จะทำงานได้รวดเร็วทันใจขึ้นมาก
เปิดแอปสลับไปมาได้ลื่นไหล แถมตัวเครื่องยังบางและเบาสมชื่อ
จุดเด่น: เครื่องทำงานไวมาก ใช้งานได้ลื่นไหล, รองรับอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ๆ, ดีไซน์สวย พกพาสะดวก
เหมาะกับใคร: นักศึกษาที่ต้องทำโปรเจกต์หนักๆ, คนวัยทำงานที่อยากได้เครื่องเดียวจบใช้ยาวๆ 4-5 ปี, สายวาดรูปหรือ
ตัดต่อคลิปวิดีโอทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการความสเปกโหดระดับสตูดิโอ
นี่คือ “พี่ใหญ่” ประจำตระกูลครับ ทุกอย่างที่ใส่มาในรุ่นนี้คือเทคโนโลยีที่ดีที่สุด หน้าจอสวยคมชัด สีสันสมจริงที่สุด และการประมวลผลที่เร็วแรง
ทะลุขีดจำกัดเรียกว่างานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่
จุดเด่น: หน้าจอสวยที่สุดและลื่นไหลสบายตา, ประมวลผลเร็วที่สุด, ลำโพงเสียงดีจัดเต็ม
เหมาะกับใคร: มืออาชีพ สายครีเอทีฟ, กราฟิกดีไซเนอร์ที่ซีเรียสเรื่องความแม่นยำของสีหน้าจอ, นักตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง,
หรือคนที่ต้องการประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดแบบไม่มีข้อกังขา
น้องเล็กสุดในแก๊ง จุดเด่นคือไซส์ที่เล็กกะทัดรัด สามารถถือมือเดียวได้สบายๆ แต่ข้างในซ่อนความแรงเอาไว้เพียบ
ไม่ใช่แค่จอเล็กเฉยๆ แต่ทำงานได้รวดเร็วทันใจ
จุดเด่น: ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ถืออ่านหนังสือหรือเล่นเกมได้นานๆ ไม่เมื่อยมือ
เหมาะกับใคร: สายอ่าน E-book, คนที่ชอบเล่นเกมบนแท็บเล็ต, คนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ และอยากได้ iPad ที่พกใส่กระเป๋าใบเล็กๆ ได้
| สไตล์ของคุณคือแบบไหน? | รุ่นที่แนะนำ | เหตุผลหลักที่ควรเลือก |
| สายประหยัด / เน้นเรียนจดโน้ต | iPad (รุ่นมาตรฐาน) | ราคาดีที่สุด ตอบโจทย์การเรียนและดูหนังฟังเพลงครบถ้วน |
| สายเดินทาง / เน้นพกพา | iPad mini | เบา เล็ก ถือมือเดียวสะดวกที่สุด ไม่เป็นภาระกระเป๋า |
| สายจริงจัง / เน้นคุ้มค่าใช้ยาวๆ | iPad Air | เครื่องแรง ทำงานลื่นไหล จ่ายเพิ่มจากรุ่นเริ่มต้นแต่ใช้งานได้ยาวนานกว่า |
| สายมืออาชีพ / เน้นงานคุณภาพสูง | iPad Pro | ได้หน้าจอที่สวยที่สุด และความเร็วระดับสูงสุดที่ตอบโจทย์งานระดับมืออาชีพ |
A: iPad รุ่นมาตรฐาน (เช่น Gen 10 หรือ Gen 11) เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดครับ เพียงพอสำหรับการจดเลคเชอร์ ทำสไลด์
และอ่านไฟล์ PDF แต่ถ้ามีงบเพิ่มและอยากใช้งานยาวๆ จนจบมหาวิทยาลัย iPad Air ก็เป็นตัวเลือกที่น่าลงทุนกว่าในระยะยาว
A: หากส่วนใหญ่ใช้งานในที่ที่มี Wi-Fi เช่น บ้าน หรือ ออฟฟิศ เลือกรุ่น Wi-Fi ก็พอครับ ประหยัดงบได้เยอะ
แต่ถ้าต้องเดินทางบ่อย ใช้งานนอกสถานที่ตลอดเวลา รุ่น Cellular จะสะดวกกว่า ไม่ต้องคอยแชร์เน็ตจากมือถือให้เปลืองแบตเตอรี่
A: โดยเฉลี่ยแล้ว iPad เครื่องหนึ่งสามารถใช้งานได้ยาวนาน 4-6 ปี เลยทีเดียวครับ (Apple รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ iPadOS ค่อนข้างนาน)
ยิ่งถ้าเลือกรุ่นอย่าง iPad Air หรือ Pro ก็จะยิ่งรองรับการใช้งานอนาคตได้ยาวนานขึ้น ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าครับ
A: หากเน้นแค่จดโน้ต ดูสตรีมมิ่ง ความจุเริ่มต้นมักจะเพียงพอครับ แต่ถ้าคุณชอบโหลดเกมใหญ่ๆ เก็บรูปเยอะ หรือต้องตัดต่อคลิป
แนะนำให้เลือกความจุ 256GB ขึ้นไป จะใช้งานได้สบายใจกว่า ไม่ต้องคอยลบข้อมูลบ่อยๆ
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเจอรุ่นที่ถูกใจและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ได้ง่ายขึ้น!
ไม่ว่าคุณจะเลือก iPad รุ่นไหน รับรองว่าจะได้ผู้ช่วยดีๆ ไปใช้งานแน่นอน
และสำหรับใครที่ยังเลือกไม่ถูกก็สามารถ
ลองจับ iPad เครื่องจริงได้ที่ BaNANA ทุกสาขาใกล้บ้าน
>>คลิก<<
We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings