

vivo เป็นอีกแบรนด์ที่เข้าสู่ปี 2022 ได้ไม่กี่วันก็ได้ส่ง มือถือ 5G ตัวใหม่ออกมาต้อนรับปีกันเรียบร้อย กับ vivo V23 5G น้องใหม่ในซีรีส์ V23 ที่มาในคอนเซ็ปต์ “คมชัดทุกโมเมนต์ที่เป็นคุณ” ทั้งยังได้คุณวิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ในรุ่น V21 5G มาเป็นพรีเซนเตอร์อีกครั้งด้วย


เรียกได้ว่าโดดเด่นกันตั้งแต่ดีไซน์ของตัวเครื่องที่ออกแบบฝาหลังให้เปลี่ยนสีได้ และกล้องเซลฟี่แบบคู่ 50MP AF Dual Front Camera รุ่นแรกในประเทศไทย พร้อม Dual-Tone Spotlight จะมีความพิเศษยังไง สเปกและฟีเจอร์อื่นๆ ที่ใส่มาจะน่าสนใจขนาดไหน กับราคาที่สูงขึ้นจากรุ่นเดียวกันในซีรีส์อย่าง vivo V23e 5G เทียบแล้วจะคุ้มค่าจนเป็น มือถือน่าใช้ 2022 หรือไม่ รีวิวนี้มีคำตอบ

หนึ่งในความพิเศษของ vivo V23 5G อยู่ที่เรื่องของดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยใช้ดีไซน์ Metal Flat Frame ขอบเครื่องแบนราบ มาใน 2 สีสันให้เลือกเช่นเคย

กับสี Sunshine Gold ด้วยสีทองเป็นประกายแค่มองธรรมดาก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราพรีเมียมแล้ว แต่สีนี้ยังมีความพิเศษที่ถูกซ่อนเอาไว้ กับ Color Changing Glass ฝาหลังผลิตจากเทคโนโลยีโฟโตโครมิก สามารถเปลี่ยนสีได้ภายใต้แสง UV เช่น แสงแดด หรือแสงจากไฟฉาย UV


โดยเมื่อกระทบกับแสงฝาหลังจากเดิมที่เป็นสีทองก็จะค่อยๆ ไล่เฉดสีฟ้าตัดกับขอบเครื่องสีทองได้อย่างลงตัว เป็นอีกกิมมิคที่เราสามารถนำไปเล่น ไปถ่ายภาพเก๋ๆ ได้


ส่วนสี Stardust Black เองที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มากับเทคโนโลยีเปลี่ยนสีได้เหมือนกับ Sunshine Gold แต่ก็เหมาะกับคนที่ชอบความเรียบง่าย เคร่งขรึม ดูพรีเมียมไม่น้อย

นอกจากนี้ฝาหลังของทั้งสองสียังใช้เทคโนโลยี Fluorite AG ที่ทำให้สีสันของตัวเครื่องมีความเป็นประกายและเปลี่ยนสีได้ตามองศาของแสงที่ต่างกัน ขณะเดียวกันขอบเครื่องก็ใช้วัสดุเป็น Aviation Aluminum ที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษ นอกจากจะจับสบายมือแล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดรอยนิ้วมืออีกด้วย
พร้อมความบางเบา โดยหนา 7.39 มม. และหนักเพียง 179 กรัม สำหรับสี Stardust Black ซึ่งสี Sunshine Gold จะมีความหนาและหนักกว่าเล็กน้อย ที่ 7.55 มม. 181 กรัม

เราไปดูรอบๆ ตัวเครื่องกันบ้างดีกว่า ขอบเครื่องด้านขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง ตามด้วยปุ่ม Power ส่วนขอบด้านซ้ายไม่มีปุ่มอะไร


ขอบเครื่องด้านล่างมีช่องถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Dual nano SIM สามารถใช้งาน 5G ได้ทั้งสองซิม แต่ไม่รองรับ microSD ถัดมาเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1 พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพง

ส่วนไมโครโฟนตัวที่ 2 จะอยู่บริเวณขอบเครื่องด้านบน

มาดูที่หน้าจอกันบ้าง vivo V23 5G ใช้หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400×1080) ซึ่งเหมือนกับตัว V23e 5G เลย แต่จะต่างตรงที่มีอัตรารีเฟรชมากกว่า ที่ Refresh Rate 90Hz ทำให้สามารถใช้งานได้ลื่นไหล ทัชหน้าจอ ใช้งานแอปต่างๆ ได้ดีมากขึ้น

และการมีขอบจอที่บาง บวกกับการได้รับรองคุณภาพระดับ HDR 10+ ให้ความสว่างและรายละเอียดที่เสมือนจริงมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการมีคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res เมื่อรวมกันแล้วทำให้ มือถือ 5G 2022 เครื่องนี้ รับชมความบันเทิง และคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างเต็มตา เต็มอารมณ์ ในทุกมิติ

ใครที่เคยลองใช้หรืออ่านรีวิว vivo V23e 5G รุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้ ก็คงจะรู้ดีว่ากล้องหน้าทำออกมาได้ดีขนาดไหน และ vivo V23 5G ก็ได้ยกระดับกล้องหน้าไปอีกขั้น กับการเป็นกล้องหน้าเซลฟี่แบบคู่ตัวแรกในไทย 50MP AF Dual Front Camera พร้อม Eye Autofocus

โดยเป็นกล้องหลัก ความละเอียด 50MP (f/2.0) AF ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ JNV และ ISOCELL 3.0 และกล้อง Super Wide-Angle มุมมองกว้าง 105° ความละเอียด 8MP (f/2.28) ทำให้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ที่ไม่ว่าจะถ่ายเดี่ยวหรือถ่ายเป็นกลุ่มกับแก๊งเพื่อนก็เก็บภาพได้กว้าง

ขนาบข้างด้วย Dual-Tone Spotlight ช่วยเพิ่มความสว่างให้การเซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือในเวลากลางคืน ทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัดสวยงาม พร้อมความสามารถในการปรับแต่งแสงแฟลชได้ ครอบคลุมทุกระดับสี ทั้งแสงโทนเย็น แสงโทนอุ่น และแสงธรรมชาติ ดีต่อการเซลฟี่ในสภาพแสงที่แตกต่างกันมากๆ

โหมด Dual-Tone Spotlight เมื่อปรับค่าเป็น Default

โหมด Dual-Tone Spotlight เมื่อปรับค่าเป็น Cold white

โหมด Dual-Tone Spotlight เมื่อปรับค่าเป็น Warm yellow

ตัวอย่างภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า vivo V23 5G เมื่อเปิดใช้ Dual-Tone Spotlight : Default – Cold white – Warm yellow
ซึ่งกล้องหน้าของ vivo V23e 5G มี AI ที่จะตรวจจับใบหน้าพร้อมปรับแต่งภาพออกมาได้อย่างสวยงาม สมจริง ไม่หลอกตา และไม่เฉพาะแต่เพียงการถ่ายในสภาพแสงปกติเท่านั้น การถ่ายในที่แสงน้อยหรือในเวลากลางคืน AI นี้ยังช่วยให้ภาพถ่ายกลางคืนสว่างและคมชัดยิ่งขึ้นอีกด้วยโหมด AI Extreme Night Portrait

ตัวอย่างภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า vivo V23 5G – โหมดกลางคืน
ยังมีโหมดอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก ไม่ว่าจะเป็น โหมด Portrait ที่ขนมาทั้ง Natural Portrait, Bokeh Flare Portrait หรือ Party Portrait โหมดที่จะเพิ่มเส้นของแสงไฟเข้ามาในภาพ ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในปาร์ตี้ รวมไปถึง Double Exposure โหมดที่จะนำภาพสองภาพมาซ้อนกัน เกิดเป็นภาพที่มีความแปลกใหม่ และโหมด Multi-Style Portrait ฟิลเตอร์เพื่อการถ่ายภาพบุคคลที่มีมาให้หลายโทนสี หลายสไตล์ ก็มีมาเหมือนกัน

ตัวอย่างภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า vivo V23 5G

ตัวอย่างภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า vivo V23 5G

ตัวอย่างภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า vivo V23 5G – กลางแจ้ง

ตัวอย่างภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า vivo V23 5G – ในอาคาร

ตัวอย่างภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า vivo V23 5G – Bokeh Flare Portrait

ตัวอย่างภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า vivo V23 5G – Party Portrait

ตัวอย่างภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า vivo V23 5G – Double Exposure
ทางด้านการถ่ายวิดีโอเซลฟี่ ก็ยังรองรับที่ความละเอียดระดับ 4K ยังมี Spotlight Portrait Video ที่ช่วยปรับค่าความสว่าง วิดีโอที่ได้จึงมีสภาพแสงที่สวยงามนุ่มนวล รวมไปถึงฟีเจอร์ HDR Selfie Video ช่วยลดการเปิดรับแสงที่มากเกินไป หรือเกิดการเบลอของวิดีโอ Multi-Style Portrait ที่มาพร้อมฟิลเตอร์หลากหลาย ก็มีเหมือนกับการถ่ายภาพเซลฟี่ และจะขาด Dual-View Video ไปไม่ได้ กับโหมดที่ให้เราสามารถถ่ายวิดีโอผ่านกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อมกัน ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าตอบโจทย์สายสร้างคอนเทนต์ เพราะทำให้การถ่าย Vlog ในแต่ละครั้งสนุกมากยิ่งขึ้นเลยล่ะ
ไม่รอช้า เราไปต่อที่กล้องหลังกันเลย vivo V23 5G ให้กล้องหลังมาทั้งหมด 3 เลนส์ AI Triple Camera เป็น กล้องหลัก ความละเอียด 64MP AF (f/1.89) กล้อง Super Wide-Angle ความละเอียด 8MP (f/2.2) และกล้อง Super Macro ความละเอียด 2MP (f/2.4)


แน่นอนว่าฟีเจอร์ต่างๆ ก็จัดมาให้ครบถ้วนเหมือนกัน ตั้งแต่ Eye Autofocus ที่ใส่มาให้เหมือนกล้องหน้า Bokeh Flare Portrait 5 สไตล์ เบลอฉากหลังได้อย่างมีมิติ (Default, Hearts, Stars, Butterfly, Cherry Blossom) โหมดกลางคืนอัจฉริยะ ที่รองรับทั้งกล้องหลัก (Night) และกล้อง Ultra Wide (Ultra-Wide Night)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง vivo V23 5G

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง vivo V23 5G – โหมด Bokeh

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง vivo V23 5G – โหมด Macro

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง vivo V23 5G – โหมดกลางคืน
กล้องหลังเองก็รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K เหมือนกล้องหน้าเช่นกัน พร้อมกันสั่น Ultra Stabilization และโหมดเพื่อการถ่ายวิดีโอต่างๆ ทั้ง Slo-Mo, Time-Lapse, Dual-View Video
มือถือ 5G 2022 อย่าง vivo V23 5G มากับสเปกที่ครอบคลุมทุกการใช้งานได้อย่างน่าประทับใจ โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 12

รองรับการใช้งาน 5G แบบ Dual-Mode รองรับทั้งเครือข่าย SA และ NSA 5G ครอบคลุมสัญญาณ 5G กว้างขึ้น เชื่อมต่อได้รวดเร็ว เช่นเดียวกับตัว V23e 5G

แต่ความต่างจะอยู่ที่การใช้ชิปเซ็ตเป็น Mediatek Dimensity 920 และมีหน่วยความจำที่มากกว่า RAM 12GB กับ ROM 256GB ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ช่วยในการจัดการหน่วยความจำ สามารถนำพื้นที่ ROM มาใช้เป็น RAM ชั่วคราว ได้อีก 4GB รวมแล้วจึงขยาย RAM ได้สูงสุดถึง 16GB เล่นเกมไม่มีสะดุดมากขึ้น เปิดสลับแอปต่างๆ ได้ลื่นไหลแม้จะใช้งานถึง 30 แอปพร้อมกัน


แบตเตอรี่ให้มา 4200mAh พร้อมชาร์จไว FlashCharge 44W ทั้งยังระบายความร้อนได้ดีขึ้นจากการที่ผลิตด้วยอลูมิเนียมอัลลอยด์พิเศษ
ถือว่า vivo ได้ต้อนรับปีได้อย่างน่าสนใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ฝาหลังที่เปลี่ยนสีได้ หรือการเป็นมือถือที่มีกล้องเซลฟี่คู่รุ่นแรกในไทย ก็เป็นจุดเด่นที่ทำออกมาได้ดีจนเป็น มือถือน่าซื้อ 2022 อีกตัวเลยทีเดียว


vivo V23 5G ราคาเพียง 17,999.- ใครที่กำลังมองหา มือถือ 2022 ตัวใหม่ สามารถเป็นเจ้าของพร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษได้แล้ววันนี้ ที่ร้านบานาน่าทุกสาขา
We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings