7 วิธีประหยัดค่าไฟ ช่วง Work From Home หมดปัญหาค่าไฟพุ่ง

ชาว BaNANA ใครที่ Work From Home มาสักพัก น่าจะเกิดอาการหน้ามืดกันถ้วนหน้า หลังบิลค่าไฟมา ก็เเหงหละ เนื่องจากการใช้ไฟที่มากขึ้น(เพราะอยู่บ้านทำงาน) เปิดคอมพ์ นิ่งตอนนี้เมษา หน้าร้อน เปิดแอร์ รัว ๆ ทำให้ค่าไฟที่คิดแบบอัตราก้าวหน้า ยิ่งใช้เยอะ หน่วยเยอะ ยิ่งจ่ายเเพงกว่าเดิม เอาหละ วันนี้แอดมีทริกดี ๆ จาก กฟภ. มาฝากกับ วิธีประหยัดค่าไฟ จะมีวิธีไหนบ้าง ไปเริ่มกันเลยครับ

 

เปิดหน้าต่างรับลม-แสงธรรมชาติ สว่าง เย็นกายสบายกระเป๋า 

วิธีนี้จัดว่าเป็น Back to Basic ในการประหยัดค่าไฟ ซึ่งแสงและลมธรรมชาติ ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการประหยัดพลังงานในช่วงที่มีการ Work from home ที่สำคัญการเปิดให้อากาศถ่ายเท ใครที่อยู่บเานหรือหอพักเวลาร้อนมาก ๆ เปิดหน้าต่าง กับ เเง้มประตูเล็กน้อย ให้ลม Flow เข้าห้อง ก็จะช่วยลดค่าไฟได้ นอกจากนี้ ยังจะช่วยลดความเสี่ยงของ COVID-19 ได้อีกด้วยนะ

 

เลือกใช้หลอด LED 

สว่างเท่าเดิม เพิ่มเติมคือประหยัดไฟ หลอดไฟแบบเดิม ทั้งหลอดไส้ และหลอดฟลูออเรสเซนต์ ใช้ไฟฟ้ามากกว่า หลอด LED หากเทียบจากจำนวนหลอดที่เท่ากัน ดังนั้น หากเปลี่ยนมาใช้หลอด LED จะสามารถให้ความสว่างได้มากกว่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

Laptop ตั้ง Sleep Mode เมื่อไม่ได้ใช้ 

ปรับแสงจอไม่สว่างเกินไป ประหยัดไฟ Save แบต Laptop ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการทำงาน แต่ก็ใช่ว่าในทุก ๆ งานจะใช้ Laptop ดังนั้น การตั้งค่าเพื่อประหยัดพลังงาน จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ เพราะบางครั้งเราอาจต้องทำกิจกรรมอื่นๆ และ เปิด Laptop ทิ้งไว้

 

ปิด Gadget  เมื่อไร้การเชื่อมต่อ

 เปิดเมื่อใช้ ปิดทันทีเมื่อเลิกใช้ ไม่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ จำขึ้นใจเมื่อใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ไร้สาย แม้ว่าจะไม่มีการเชื่อมต่อ ก็ยังคงมีการทำงานอยู่ และ ใช้กระแสไฟฟ้าในการหล่อเลี้ยงระบบ ดังนั้นอุปกรณ์ไหนที่ไม่จำเป็น ก็ปิดเครื่องและถอดปลั๊กทันที เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้า

 

ตั้งเวลา เปิด-ปิด ไฟ ให้เหมือนอยู่ออฟฟิศ

เลือกมุมทำงาน มุมเดียว และตั้งเวลาการใช้ไฟ เหมือน ที่ทำงาน 9.00 เว้น เที่ยง และปิดตอน 17.00 กำหนดเวลาการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชัดเจน แน่นอนว่า ในบางเวลาเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างก็ไม่จำเป็น การกำหนดเวลาที่ชัดเจน จะทำให้เราเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ฟังเพลงใส่หูฟัง ประหยัดไฟกว่า 

การใช้หูฟังเพื่อการฟังเพลง ควรเลือกหูฟังแบบสาย เพราะใช้กระแสไฟฟ้าในการทำงานน้อยกว่าหูฟังไร้สาย อีกทั้งในขนาดและราคาที่เท่ากัน หูฟังแบบมีสายจะได้รับฟังเสียงในคุณภาพที่ดีกว่า

เลือกซื้อหูฟังได้ที่ลิงก์นี้
https://www.bnn.in.th/headphone-speaker-microphone/headphone/headphone.html

 

เลือกซื้อสินค้าไอที ที่ได้มาตรฐาน

 

รู้หรือไม่ สินค้าไอทีที่ไม่ได้รับการรับรอง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของ ความสิ้นเปลือง การเลือกซื้อสินค้าไอที จำเป็นต้องเลือกสินค้าที่ได้มาตรฐาน มีเครื่องหมายรับรอง ขึ้นอยู่กับประเทศและภูมิภาค ที่พบบ่อย ได้แก่ FCC, CE, UL, RoHS และ VCCI สำหรับใครที่จะซื้อ Gadget & Acessories ก็ควรจะต้องดูไว้ รวมไปถึงพวกปลั๊กไฟ ก็ควรเลือกยี่ห้อที่มี มอก. เเละที่ BaNANA ของเราก็มีสินค้าไอที คุณภาพมาตรฐานให้เลือกซื้อ เเถมมีโปรโมชันเด็ด ๆ อีกเพียบ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA

หมายเหตุ
  • ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบใดๆอันเนื่องจาก ข้อผิดพลาดทางการพิมพ์ (ผิด/ตก)
  • รายละเอียดต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • กรุณาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สาขาใกล้บ้านท่าน

Related Posts