

นอกจากจะเปิดตัวมือถือเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Xiaomi 12 Series แล้ว ทาง Xiaomi ก็ยังได้เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ออกมาพร้อมกันอีกด้วย ควงคู่กันมา 2 รุ่นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น Xiaomi Watch S1 สมาร์ทวอทช์ดีไซน์คลาสสิกสุดพรีเมียม และ Xiaomi Watch S1 Active สมาร์ทวอทช์สำหรับสายแอคทีฟ


ถึงดีไซน์ภายนอกจะต่างกันแต่ทั้งคู่ก็อัดแน่นมาด้วยฟีเจอร์ที่ครบครัน ทั้งระบบติดตามสุขภาพและโหมดออกกำลังกายกว่าร้อยโหมด ตัวเรือนดีไซน์สวย พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ที่มีหน้าปัดให้เลือกมากถึง 200+ แบบ ที่สำคัญคือเริ่มต้นราคาไม่ถึง 5000 บาท! เริ่มสนใจกันแล้วใช่ม้า งั้นตามเรามาดูกันเลยว่าสเปกเป็นยังไง คุ้มค่ากับราคาหรือเปล่า แล้วมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้าง







ก่อนจะไปดูที่สเปกและฟีเจอร์ต่างๆ เรามาเริ่มกันที่ดีไซน์กันก่อน เรียกได้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเจ้า Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active ต่างกันตั้งแต่ตัวกล่องเลยทีเดียว


Xiaomi Watch S1 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่แสนจะคลาสสิกและประณีตด้วยวัสดุกระจกแซฟไฟร์ที่ถูกแกะสลักมาอย่างประณีต แข็งเป็นพิเศษและทนต่อการสึกหรอได้ดี พร้อมป้องกันรอยขีดข่วนในระดับที่สูงกว่ากระจกธรรมดาทั่วไป


กรอบตัวเรือนผลิตจากวัสดุสแตนเลสออสเทไนติค 316L ที่ขึ้นชื่อเรื่องการต้านทานการกัดกร่อนและรอยขีดข่วน ทุกตัวเรือนยังได้รับการเคลือบผิวและขัดเงาโดยช่างทำนาฬิกาแบบดั้งเดิมอีกด้วย แน่นอนว่ายังมากับความสามารถในการกันน้ำที่อัตรา 5 ATM (ความลึก 50 เมตร) สามารถสวมใส่ขณะว่ายน้ำได้อย่างไร้กังวล ทั้งหมดนี้ทำให้ Xiaomi Watch S1 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ทนทานที่สุดของ Xiaomi ณ ตอนนี้ ซึ่งขนาดตัวเรือนจะอยู่ที่ 46.5 มม. x 46.5 มม. x 11 มม. ใน 2 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ และสีเงิน


มาดูที่สายนาฬิกากันบ้าง Xiaomi Watch S1 ให้สายนาฬิกามาถึง 2 แบบพร้อมให้เราเปลี่ยนสายได้ตามลุคและโอกาสในแต่ละวัน ตัวแรกเป็น สายรัดยางฟลูออโรคาร์บอน ที่ป้องกันฝุ่นและทำความสะอาดง่าย ทนทาน ไม่เหนียวเหนอะบริเวณผิวหนังขณะเหงื่อออก จึงเหมาะกับการใส่สำหรับออกกำลังกายหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง อีกสายเป็น สายรัดหนัง ผลิตจากหนังแท้เกรดพรีเมียม เนื้อละเอียดธรรมชาติ ให้สัมผัสนุ่มนวลและทนทาน เป็นสายที่ให้ลุคที่หรูหรา เหมาะสำหรับสวมใส่ไปทำงาน นัดประชุมครั้งสำคัญ หรือออกงานสังคม



ซึ่งตัวเรือนสีดำจะมากับสายรัดยางฟลูออโรคาร์บอนสีดำ และสายรัดหนังสีดำ ขณะที่ตัวเรือนสีเงิน จะมากับสายรัดยางฟลูออโรคาร์บอนสีเทา และสายรัดหนังสีน้ำตาล และตัวเรือนที่เรานำมารีวิวในวันนี้เป็นตัวเรือนสีดำนั่นเอง

ทางด้าน Xiaomi Watch S1 Active จุดเด่นอยู่ที่กรอบโลหะสวยงาม กับน้ำหนักตัวเรือนที่เบาเพียง 36.3 กรัม สวมใส่ออกกำลังกายได้แบบสบายๆ มี 3 สีตัวเรือนให้เลือก Moon White สีขาวสุดมินิมอล Ocean Blue สีน้ำเงินให้ลุคสุภาพ และสีดำยอดฮิต Space Black

ซึ่งจะให้สายนาฬิกามาในโทนสีเดียวกับตัวเรือน แต่สามารถถอดเปลี่ยนได้โดยมีจำหน่ายแยกต่างหาก และสีที่เรานำมารีวิวในวันนี้ก็เป็นสีขาวสะดุดตา Moon White นั่นเอง



ขอบตัวเรือนด้านขวาของ Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active จะมีปุ่มอยู่ 2 ปุ่ม โดยด้านบนเป็นปุ่ม HOME สำหรับกดเข้าหน้าเมนู และย้อนกลับมาหน้าจอหลัก ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดนาฬิกาเมื่อกดค้างไว้ ส่วนด้านล่างจะเป็นปุ่มลัด SPORT กดเพื่อเข้าสู่หน้าโหมดออกกำลังกาย แต่นอกจากปุ่มลัดแล้วยังสามารถเข้าผ่านแอปในหน้าเมนูได้เช่นกัน

Xiaomi Watch S1 : ปุ่ม HOME สำหรับกดเข้าหน้าเมนู

Xiaomi Watch S1 : ปุ่ม SPORT สำหรับกดเข้าหน้าโหมดออกกำลังกาย

Xiaomi Watch S1 Active : ปุ่ม HOME สำหรับกดเข้าหน้าเมนู

Xiaomi Watch S1 Active : ปุ่ม SPORT สำหรับกดเข้าหน้าโหมดออกกำลังกาย
หลังตัวเรือนเป็นตำแหน่งของที่ตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดค่าต่างๆ เช่น เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เซ็นเซอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด พร้อมกันนี้ก็จะเป็นตำแหน่งของหมุดแม่เหล็กที่ใช้ยึดกับแท่นชาร์จแม่เหล็กในรุ่น Xiaomi Watch S1 Active ด้วย


Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active มีจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466 x 466 ให้สีสันที่คมชัด ใช้งานได้ราบลื่นยิ่งกว่าเดิม พร้อมรองรับ Always On Display เหมือนกันกันสองรุ่น

โดยหน้าจอของ Xiaomi Watch S1 สร้างขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีการแสดงผลขั้นสูง และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เคลือบด้วยกระจกแซปไฟร์ มีความละเอียดสูง 326ppi และมีอัตรารีเฟรชสูง 60Hz


และหนึ่งในลูกเล่นที่เป็นเสน่ห์ของสมาร์ทวอทช์ก็คือการ เปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาได้ ซึ่ง Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active ก็มีหน้าปัดให้เลือกอย่างจุใจถึงกว่า 200+ รูปแบบ มาพร้อมธีมที่หลากหลาย ตั้งแต่ธีมเทคโนโลยี กีฬา แนวจักรกล และการ์ตูน รวมไปถึงหน้าปัดซูเปอร์วอทช์ และหน้าปัดแบบกำหนดเองอีกด้วย เรียกได้ว่าเราสามารถเปลี่ยนหน้าปัดไม่ซ้ำแบบได้ทุกวันจนแทบจะครบปีเลยทีเดียว วิธีการสลับหน้าปัดก็ง่ายๆ แค่กดค้างไว้ที่หน้าจอเท่านั้น จากนั้นก็ปัดเลือกได้เลย แต่หน้าปัดที่ขึ้นมาให้เลือกนี้จะเป็นหน้าปัดที่ได้ทำการดาวน์โหลดไว้เรียบร้อยแล้วเท่านั้น

หากต้องการดูหน้าปัดอื่นๆ เพิ่มเติม ก็สามารถดูได้จากแอป Mi Fitness ซึ่งเป็นแอปที่ใช้เชื่อมต่อและซิงค์ข้อมูลระหว่างสมาร์ทโฟนกับสมาร์ทวอทช์ค่าย Xiaomi รองรับการใช้งานทั้ง Android และ iOS

ภาพรวมแอป Mi Fitness

หน้าตั้งค่าจอแสดงผล (หน้าปัดนาฬิกา)
โดยเมื่อทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนครั้งแรก จะมี QR Code ขึ้นมาบนหน้าปัดให้สแกนเพื่อนดาวน์โหลดแอป หรือจะเข้าไปดาวน์โหลดจาก Play Store หรือ App Store โดยตรงก็ได้เช่นกัน จากนั้นก็เปิด Bluetooth แล้วทำตามขั้นตอนที่ขึ้นมาได้เลย

วิธีการเพิ่มอุปกรณ์ใหม่

คำแนะนำใช้งานเบื้องต้นที่แสดงหลังทำการเชื่อมต่อครั้งแรก

คำแนะนำใช้งานเบื้องต้นที่แสดงหลังทำการเชื่อมต่อครั้งแรก
นอกจากจะใช้เพิ่มหน้าปัดได้แล้ว ยังใช้ดูสถิติและภาพรวมด้านสุขภาพรายวันได้ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือด ความเครียด แคลอรี่ ก้าวเดิน การเคลื่อนไหว ความฟิต การนอนหลับ เป็นต้น ซึ่งรองรับการซิงค์ข้อมูลกับ Strava และ Apple Health ด้วย พร้อมกันนี้ก็สามารถตั้งค่าสมาร์ทวอทช์ผ่านแอปได้เลย โดยบางค่าสามารถปรับได้ทั้งบนมือถือและในสมาร์ทวอทช์ แต่บางหัวข้อก็ต้องไปตั้งค่าผ่านอันใดอันหนึ่งเท่านั้น

สรุปภาพรวมสุขภาพบนแอป Mi Fitness
โดยเมื่ออยู่หน้าจอหลัก หากปัดจอไปทางด้านซ้ายหรือขวา จะเจอกับหน้า Widget ที่รวมสถิติสุขภาพต่างๆ โดยย่อไว้ รวมไปถึงแถบเพลงที่กำลังฟังอยู่ในขณะนี้ เราสามารถกดหยุด กดเล่นซ้ำ หรือกดข้ามไปยังเพลงถัดไปจากตัววิดเจ็ตเพลงนี้ได้เลย ซึ่งหน้าวิดเจ็ตต่างๆ นี้เราสามารถปรับเรียงลำดับได้ผ่านแอป Mi Fitness และหากปัดหน้าจอขึ้นก็จะเป็นในส่วนของการเปิด ศูนย์ควบคุม ซึ่งเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ที่เหลืออยู่จะแสดงอยู่ในส่วนนี้

ขณะที่การปัดหน้าจอหลักลงมานั้นจะพบกับ แจ้งเตือน ต่างๆ

มาที่ไฮไลท์ที่ต้องถูกใจฟิตแอนด์เฟิร์มทั้งหลายกับโหมดออกกำลังกายที่ Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active จัดมาให้เต็มๆ ถึง 117 โหมดออกกำลังกาย และ 19 โหมดมืออาชีพที่ครอบคลุมหลายประเภทกีฬา ทั้งโหมดที่พื้นฐานเราใช้กันเป็นประจำ กีฬายอดฮิต รวมไปถึงอีกหลากหลายโหมดที่อาจจะใช้กันไม่บ่อยหรือเป็นกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม แต่มีไว้ก็อุ่นใจดี

เราสามารถเพิ่มโหมดออกกำลังกายได้ทั้งจากตัวสมาร์ทวอทช์โดยตรงได้เลย หรือจะเพิ่มผ่านแอป Mi Fitness บนสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน ซึ่งถูกจัดหมวดหมู่ไว้เป็นอย่างดี และเราก็มีตัวอย่างคร่าวๆ มาฝากกันว่ามีโหมดอะไรบ้าง


ตัวอย่างโหมดออกกำลังกาย
นอกจากโหมดออกกำลังกายที่ใส่มาแบบแน่นๆ แล้ว ยังมากับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ขั้นสูงที่ช่วยบันทึกสถิติการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำอีกด้วย ซึ่งจะทำงานร่วมกันกับเซ็นเซอร์ต่างๆ เช่น เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการก้าวเฉลี่ย และอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ ช่วยให้เราออกกำลังกายได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

หน้าออกกำลังกายบนแอป Mi Fitness
พูดถึงเรื่องโหมดออกกำลังกายกันไปแล้ว จะขาดเรื่องของฟังก์ชันการติดตามสุขภาพไปได้ยังไง เพราะสุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้

Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active มากับ ระบบติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ 24 ชั่วโมง ด้วยไบโอเซ็นเซอร์ PPG หลายช่องสัญญาณประสิทธิภาพสูง จากฮาร์ดแวร์และอัลกอริธึมที่อัปเกรดใหม่ เซ็นเซอร์จะตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจอย่างแม่นยำแม้ในขณะออกกำลังกายด้วยความเข้มข้นสูง เช่น การวิ่งเทรล และการปั่นจักรยาน ซึ่งจะส่งการแจ้งเตือนเมื่ออัตราการเต้นหัวใจของเรานั้นอยู่ในระดับที่สูงเกินไป ทั้งยังบันทึกกราฟอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักอัตโนมัติ ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ทำให้การติดตามสุขภาพของเราเป็นไปอย่างต่อเนื่องนั่นเอง


สรุปภาพรวมอัตราการเต้นหัวใจบนแอป Mi Fitness
อีกหนึ่งฟังก์ชันการติดตามสุขภาพที่น่าสนใจก็คือ การติดตามออกซิเจนในเลือด (SpO₂) ตลอดทั้งวัน ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของสภาพร่างกายได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถตั้งค่าช่วงเวลาที่เราต้องการวัดได้ตามต้องการเลย



สรุปภาพรวมออกซิเจนในเลือดบนแอป Mi Fitness
มีหลายคนที่สวมใส่สมาร์ทวอทช์ขณะนอนเพื่อติดตามการนอนหลับ ซึ่งใน Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active ก็มีระบบ การติดตามการนอนหลับ ที่ถูกอัปเกรดให้มีความแม่นยำเพิ่มขึ้น 35% ติดตามได้ทั้งการนอนหลับยาวในเวลากลางคืน และการงีบหลับในช่วงกลางวัน
รวมไปถึง การตรวจจับความเครียด ที่จะบันทึกแนวโน้มความเครียดรายวันและในรอบ 30 วัน เหมาะกับการใช้ชีวิตยุคนี้มากๆ ด้วยปัจจัยความเครียดจากสถานการณ์หลายอย่างรอบตัว และเราสามารถบรรเทาความเครียดทางร่างกายและจิตใจได้อย่างรวดเร็วผ่านฟังก์ชัน การฝึกหายใจ ด้วยการหายใจตามจังหวะที่ปรากฏ และทำแบบฝึกการหายใจเป็นเวลา 1-5 นาที


สรุปภาพรวมความเครียดบนแอป Mi Fitness
นอกจากนี้ยังมี ดัชนีสุขภาพ ก้าวเดิน การเคลื่อนไหว การยืน การเผาผลาญ และฟังก์ชันการติดตามข้อมูลสุขภาพสำหรับผู้หญิง (การติดตามรอบเดือน) อีกด้วย


สรุปภาพรวมสถิติของกิจกรรมต่างๆ บนแอป Mi Fitness

สรุปภาพรวมการเดินและการเผาผลาญ บนแอป Mi Fitness
ด้านแบตเตอรี่เรียกได้ว่าให้มาแบบจัดเต็มมากๆ กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 470 mAh เท่ากันทั้งสองรุ่น พร้อมอัลกอริธึม AI ที่ใช้พลังงานต่ำ สามารถใช้งานได้นาน 12 วัน สำหรับโหมดการใช้งานทั่วไป และนาน 24 วัน ในโหมดประหยัดพลังงาน เป็นหนึ่งในข้อดีมากๆ นอกจากจะช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องคอยชาร์จบ่อยๆ ให้วุ่นวายแล้ว ยังสะดวกต่อการใช้งานนอกสถานที่ เช่น การออกทริปเที่ยว เดินป่า ปีนเขา ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่สะดวกต่อการชาร์จแบตเตอรี่


โดย Xiaomi Watch S1 ใช้ แท่นชาร์จแม่เหล็กไร้สาย ซึ่งจะแยกเป็นตัวแท่นชาร์จกับสาย USB-C มีมาให้พร้อมใช้งานในกล่องแล้ว แต่ไม่มีตัว Adapter มาให้ สามารถใช้ร่วมกับ Adapter ที่มีช่องเสียบพอร์ต USB-A ที่มีอยู่แล้วได้เลย

ขณะที่ Xiaomi Watch S1 Active แท่นชาร์จจะอยู่ในรูปแบบตัวชาร์จแม่เหล็ก ที่จะมีหมุดแม่เหล็กสำหรับดูดติดกับหลังตัวเรือน มีมาให้ในกล่องแล้วเช่นกัน (ไม่รวม Adapter) โดยสายจะไม่สามารถถอดแยกออกจากแท่นชาร์จได้เหมือนกับตัว Watch S1 สามารถชาร์จเต็ม 100% ได้ในเวลาเพียง 2.5 ชั่วโมง

Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active มี ชิป GNSS ย่านความถี่คู่ในตัว รองรับการระบุตำแหน่งดาวเทียมหลัก 5 ระบบ ได้แก่ GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo และ QZSS พร้อมอัลกอริธึมการเพิ่มประสิทธิภาพขั้นสูง เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่รวดเร็ว แม่นยำยิ่งขึ้น


นอกจากฟังก์ชันการออกกำลังกาย และโหมดติดตามสุขภาพแล้ว Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่ช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้ง่ายดายมากขึ้น

สภาพอากาศ ที่ติดตามได้ทั้งอุณหภูมิ ที่แสดงผลทั้งอุณหภูมิวันนี้ และการพยากรณ์ล่วงหน้า 4 วัน ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ทิศทางและความเร็วลม ความชื้น ช่วงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น-ตก

เข็มทิศ และ ความกดอากาศ ที่มาพร้อม ระดับความสูง เป็นฟีเจอร์ที่เหมาะสำหรับนักปีนเขาและเดินป่ามากๆ

โทรผ่าน Bluetooth ด้วยไมโครโฟนและลำโพงในตัว ทำให้สามารถรับสายบนนาฬิกาได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว และพูดคุยได้ผ่านนาฬิกาโดยตรง หากเจอเหตุฉุกเฉิน ยังมีฟังก์ชัน SOS ที่สามารถกดปุ่มด้านขวาล่างของนาฬิกาสามครั้งติดกัน เพื่อติดต่อไปยังหมายเลขฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว วิธีการเพิ่มหมายเลขติดต่อฉุกเฉินก็สามารถตั้งค่าได้ง่ายๆ ผ่านแอป Mi Fitness โดยไมโครโฟนจะอยู่บริเวณตัวเรือนด้านซ้าย ส่วนลำโพงจะอยู่ที่ด้านขวา


ยังมี ระบบผู้ช่วยเสียง Alexa ในตัว ผู้ช่วยที่จะมาช่วยเราค้นหาข้อมูล ตรวจสอบสภาพอากาศ ตั้งนาฬิกาปลุก หรือควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะในบ้านจากระยะไกลได้
อีกหนึ่งความพิเศษคือการรองรับ การชำระเงินแบบไร้เงินสด NFC ช่วยให้การทำธุรกรรมรวดเร็ว และง่ายดายเพียงพลิกข้อมือ โดยสามารถใช้งานได้กับเครื่องชำระเงินที่รองรับ MasterCard เท่านั้น ทั้งนี้ความพร้อมใช้งานแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ

จะเห็นได้ว่าสเปกและฟังก์ชันต่างๆ ของ Xiaomi Watch S1 และ Xiaomi Watch S1 Active ใส่มาให้แบบเน้นๆ คุ้มเกินราคามากๆ ไม่ว่าจะเรื่องของดีไซน์ที่สวยงาม โหมดออกกำลังกายนับร้อยโหมด ระบบติดตามสุขภาพที่ครบครัน แบตเตอรี่ที่อึดใช้งานได้นานเกือบเดือน ทั้งหมดนี้ได้ไปในราคาไม่ถึงหมื่น พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่ร้านบานาน่า


We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings