

เปิดตัวตามกันมาติดๆ คราวนี้ก็ถึงคราวตัวท๊อปของค่ายกันบ้างกับ Vivo X21 มาพร้อมดีไซน์สวยงาม ขอบบางจริงอะไรจริงเพียง 1.6 มม. โดดเด่นด้วยหน้าจอกว้างในอัตราส่วน 19 :9 แบบ Super AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ โดดเด่นด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ฝังมาบนหน้าจอเลย พร้อมเทคโนโลยี AI ที่มากับกล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซลช่วยให้การเซลฟี่สวยเรียบเนียบรวมไปถึงระบบสแกนใบหน้าด้วยเทคโนโลยี Face Wake 2.0 รวดเร็วและมี ความแม่นยำสุดๆ กล้องหลังคู่ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.8 มีไฟแฟลช, โหมดชัดหน้าเบลอหลัง นอกจากนั้นยังมาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 8.1 ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.0 เสริมทัพ Snapdragon 660 ทำงานเร็วแรงไม่มีสะดุด พร้อม RAM 6GB, ROM 64 GB รองรับการใช้งาน 2 ซิม, รองรับการสแกนลายนิ้วมือ, แบตเตอรี่ความจุ 3200mAh รองรับการชาร์จเร็ว

หน้าตากล่องก็จะแบบต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลโลก (World Cup) ที่ประเทศรัสเซีย (ปี 2018) ที่ทาง Vivo เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ โดยรูปตัวเครื่องที่อยู่หน้ากล่องก็จะให้สัมผัสที่นูนๆ ออกมาด้วย แถมตัวกล่องยังไล่สีจากฟ้าลงมาน้ำเงินเข้มสวยงามเลย



ในกล่องก็จะมีเคสใสแถมมาให้ด้วย 1 อัน แบบซื้อเครื่องมาแล้วก็มีเคสฟรีใส่ได้เลยแบบไม่ต้องเสียตังสบายดีออก แต่เคสที่แถมมาในกล่องนี้ก็ออกจะแข็งๆหน่อยแต่ลองใส่กับเครื่องแล้วแนบสนิทดี ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนรอบตัวเครื่องได้ ป้องกันการกระแทกได้ พร้อมเว้นช่องว่างในส่วนของกล้องหลังรวมถึงไฟแฟลชแล้วก็ส่วนต่างๆ เพื่อให้การใช้งานได้อย่างสะดวก






ตัวเครื่องดีไซน์สวย บางเบา พรีเมี่ยมสุดๆ ด้วยบอดี้โลหะชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ ในส่วนของฝาหลังทำด้วยกระจกแบบ 3 มิติ โดยทาง Vivo ได้บอกกับเราไว้ว่าฝาหลังสามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ โดนไม่จำเป็นต้องใส่เคสด้วยซ้ำเริดไปเลยไหมล่ะ พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 6.28 นิ้ว Super AMOLED แบบระบบสัมผัส Multi-Touch ความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล FullHD+ ทำจากกระจกแถมขอบหน้าจอก็บางสุดๆ เพียง1.6 มม. ขอบด้านบนเหลือพื้นที่แค่ 1.79 มม. เอาเป็นว่าหน้าจอกว้างสุดๆ ดูหนัง เล่นเกมส์ ได้อย่างเต็มตาพร้อมฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้บนหน้าจอเลยเพื่อที่จะได้สะดวกและรวดเร็วในการสแกน



มาดูกันที่ส่วนด้านบนของตัวเครื่องกันบ้าง ก็จะเจอกับลำโพงสำหรับการโทรเข้า-โทรออกอันนี้รู้กันอยู่แล้วละเนอะ ถัดไปเลยละกันก็จะเป็นกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซลขนาดรูรับแสง f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Face Beauty ที่จะช่วยให้การเซลฟี่สวยเนียน ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติแบบตรงปก แต่ก็แอบหลอกลวงนะจ๊ะบอกเลยลองมาแล้วกับตัวเนียนจริงอะไรจริง พร้อมฟีเจอร์ AR Stickers ลูกเล่นที่แสนจะน่ารักฟรุ้งฟริ้งๆผู้ชายเล่นก็ได้ ผู้หญิงเล่นก็ดีโหมดนี้ก็จะมีความน่ารักไปอีกแบบนะ รวมไปถึงรองรับ Face Wake 2.0 เทคโนโลยีการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเข้าเครื่องด้วยแสงอินฟาเรดอย่างรวดเร็วทันใจ แล้วก็ช่วยให้การเข้าใช้เครื่องเป็นส่วนตัวที่สุด

ขอบด้านล่างสุดของหน้าจอก็จะเจอกับกับขีด 3 ขีดนั้นก็คือปุ่มแบบ On-Screen ก็ใช้เหมือนปุ่มธรรมดาเลยแต่แค่ปัดขึ้นมา แบบถ้าอยากดูว่าเราเปิดแอพพลิเคชั่นอะไรค้างไว้บ้าง หรืออยากจะปรับแสงสว่างของหน้าจอก็ปัดปุ่มแรกขึ้นมาเลยมันก็คือปุ่ม Recent Apps ถัดไปตรงการก็จะเป็นปุ่ม Home อยากกลับหน้า Home ก็แค่ปัดขึ้น สุดท้ายก็ปุ่ม Back




ส่วนท้ายของเครื่องก็จะเจอกับช่องแรกคือช่องที่ไว้สำหรับใส่ซิมการ์ด รองรับการใช้งานพร้อมกัน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) หรือจะหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดที่ 256GB ช่องกลางก็จะเป็นช่องไว้เสียบสายชาร์จแบบ Micro USB ช่องสุดท้ายก็จะเป็นลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ส่วนหัวของเครื่องก็จะเจอกับช่องไว้สำหรับตัดเสียงรบกวนภายนอกเวลาคุยโทรศัพท์ แล้วก็ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

ด้านข้างขวาของตัวเครื่องก็จะมีปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับเสียง ถัดลงมาที่มีอยู่ปุ่มเดียวนั้นคือปุ่มล็อคหน้าจอหรือปุ่ม เปิด-ปิด เครื่องนั้นเอง แต่ถ้าอยากแคปหน้าจอก็แค่กดปุ่มลดเสียงพร้อมๆกับปุ่มล็อคหน้าจอ กดค้างพร้อมๆกัน ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มอะไรเลยก็เลยไม่ได้ถ่ายมาต้องขออภัยด้วยนะจ๊ะ




มาถึงในส่วนของด้านหลังเครื่องก็จะเจอกับกล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual-Camera) กล้องตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซลรูรับแสงขนาด f/1.8 พร้อมเซ็นเซอร์ Samsung 2L9 เป็นระบบจับโฟกัสภาพ ส่วนกล้องอีกตัวมีความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.4 โดยประมวลผลอันชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยี AI ถัดลงมาก็จะเป็นไฟแฟลชแบบ LED ช่วยให้ภาพสว่างแม้ถ่ายในสภาวะแสงน้อย พร้อมโฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus) แต่ก็สามารถแตะเลือกจุดโฟกัสตำแหน่งที่ต้องการได้ให้ตำแหน่งไหนชัด ตำแหน่งไหนเบลอ ลงมาก็จะเจอกับโลโก้หราอยู่ตรงกลางฝาเลย




ตัวอย่างการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้า ตั้งแต่ระดับ AI จนถึงระดับ 6 พร้อมเปิดแฟลชกล้องหน้าด้วย



ตัวอย่างภาพในการสติ๊กเกอร์อีโมจิ AR ที่จะมาช่วยเพิ่มสีสันให้กับการเซลฟี่สนุก ฟรุ้งฟริ้ง กว่าที่เคย พร้อมเอฟเฟ็กที่มีมาให้เลือกเล่นเยอะมากเลือกไม่ถูกเลย













มาเริ่มกันด้วยภาพถ่ายตอนกลางคืน ถ่ายโดยกล้องหลังธรรมดาเลยไม่ได้ใช้โหมดอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น ภาพที่ได้มาถือว่าสวยเลยทีเดียวกับภาพกลางคืนในที่แสงน้อยแบบนี้





ตัวอย่างภาพที่ถ่ายโดยใช้โหมดชัดหน้าเบลอ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดปกติ จากกล้องหลัง โดยภาพนี้ถ่ายในขณะที่กำลังนั่งอยู่บนวินมอเตอร์ไซค์ที่กำลังวิ่งอยู่ด้วย ภาพที่ได้คือชัดมากสำหรับการถ่ายภาพที่ไม่ได้อยู่นิ่งแบบนี้








ตัวอย่างภาพถ่ายบุคคลในโหมดชัดหน้าเบลอหลัง – ชัดหลังเบลอหน้า

เอาเป็นว่าเรามาสรุปกันดีกว่า
ด้านดีไซน์
เครื่องบางเบาดี สวยพรีเมี่ยมหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 ก็ใหญ่เกือบจะชิดขอบละดูหนังได้เต็มตาดี อันนี้ชอบๆ
ด้านเสียง
ก็มาพร้อมชิปเสียง HIFI ที่จะช่วยให้ความละเอียดของเสียงที่ได้นั้นคมชัดขึ้นกว่าเดิมจริงๆ
ด้านระบบปฏิบัติการ
Android 8.1 ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.0 และชิปเซตประมวลผล Snapdragon 660 Octa Core พร้อมเทคโนโลยี AI ที่อัจฉริยะช่วยให้การทำงานของเครื่องเร็ว แรงนอกจากนั้นก็ยังมี RAM 6GB, ROM 64GB พื้นที่เก็บเยอะขนาดนี้เซลฟี่กันสนุกแหละ
ด้านกล้อง
มาพูดถึงกล้องกันบ้างเริ่มด้วยกล้องหลังแบบคู่ความละเอียด 12 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED, โหมดหน้าชัดหลังเบลอ ในความคิดส่วนตัวถ่ายรูปสวยใช้ได้เลยชอบนะ ถ่ายตอนกลางคืนก็ยิ่งสวยเลย กล้องหน้าความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี AI Face Beauty และ AR Stickers
ฟีเจอร์อื่นๆ
นอกจากนั้นยังรองรับการสแกนใบหน้า, สแกนลายนิ้วมือรวมถึงแบตเตอรี่ขนาด 3200mAH รองรับการชาร์จไวเต็มเร็วไม่ต้องรอนาน
We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings