

เป็นโน๊ตบุ๊คที่น่าสนใจมากดีไซน์พรีเมี่ยม บางเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 ราคาเบาๆที่ใครๆก็เอื่อมถึง แต่ก็ออกแนวเจาะกลุ่มเป้าหมายหนักไปทางนักศึกษาโดยเฉพาะเพราะสามารถพกพาไปทำรายงาน ทำการบ้านที่ไหนก็ได้ ที่บ้านเพื่อน ที่ร้านกาแฟก็สะดวกสุดๆ พร้อม CPU ที่เป็น Intel Core i5, i7 ที่เป็น Gen 7 พร้อม Ram 4 GB ถึง 16 GBถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ตอบโจทย์และครอบคลุมทุกการใช้งานจริงๆ








ภายนอกตัวเครื่องทำด้วยโลหะ มีความแข็งแรงทนทาน เครื่องก็บางมากๆ น้ำหนักเบาสุดๆ ตัวเครื่องมีความบางเพียง 9.9 มม. – 14.47 มม. เท่านั้น พกพาไปทำงานได้สะดวกในทุกๆที่ ไม่ว่าจะนั่งนอนยืน พร้อมหน้าจอแบบสัมผัส PixelSense ขนาด 13.5 นิ้ว ความละเอียด 2256×1504 พิกเซล รองรับการใช้งานมัลติทัช 10 จุดพร้อมๆกันตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 1.25 กิโลกรัมนอกจากนี้หน้าจอยังรองรับการทำงานร่วมกับ Surface Pen ด้วยรวมไปถึงมีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลรองรับระบบสแกนม่านตา(Iris Scan)เพื่อปลดล็อคเข้าใช้งานเครื่อง





มาถึงตัวคีย์บอร์ดกันบ้างคีย์บอร์ดทำจาก Fabric-Alcantara วัสดุเดียวกับที่ใช้ในคีย์บอร์ดชอง Surface Pro 4 ก็จะคล้ายๆผ้าหุ้มคีย์บอร์ดเอาไว้ แล้วก็ยังเคลือบไว้ด้วยน้ำยาพิเศษป้องกันน้ำผิวสัมผัสเรียบลื่นรู้สึกนุ่มๆ แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าถ้ามีน้ำหรือขนมหกใส่ก็ไม่เป็นไรเช็ดออกได้เลย ทำความสะอาดง่ายมีไฟ Backlit ในตัวสามารถทำงานในที่ที่มีแสงน้อยได้สบาย ที่สำคัญ Touch Pad ขนาดใหญ่ตอบสนองต่อการลากนิ้วได้ดี

ด้านซ้ายตัวเครื่องมาพร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อที่ให้มามีแบบ USB 3.0, miniDisplayPort, ช่องเสียบหูฟัง และ Surface Connect

ส่วนด้านขวาเครื่องช่องเสียบสำหรับในการชาร์จไฟ



บานพับดีไซน์ดูแน่นหนาจะเปิด – ปิด ซักกี่ครั้งก็ไหลลื่น ใต้เครื่องก็จะเจอกับยางกันลื่นกลมๆมีอยู่ 4 จุด วางทำงานบนโต๊ะพื้นผิวแบบไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะลื่น

ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เบาบาง พกพาไปทำงานในที่ต่างๆได้สะดวก ตัวเครื่องก็ดีไซน์พรีเมี่ยมสุดๆ มาพร้อมคุณสมบัติการใช้งานที่ครบทุกความต้องการ ไม่ว่าจะคีย์บอร์ดที่รองรับการใช้งานดีเยี่ยม และ Touch Pad ขนาด ใหญ่ แม่นยำ ตอบสนองได้ดี หน้าจอขนาดใหญ่ 13.5 นิ้ว ความละเอียดสูง 2256 x 1504 เป็นจอแบบทัชสกรีนองรับกับการใช้ปากกา Surface Pen ได้ ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Windows 10 S นอกจากนั้นก็มีระบบรักษาความปลอดภัย Windows Hello โดยใช้ระบบ Iris Scan จะสแกนม่านตาเพื่อปลดล็อคตัวเครื่อง ที่สำคัญแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 14.5 ชั่วโมงกันเลย ตัวเครื่องมีให้เลือกถึง 4 สี ประกอบไปด้วย สี Burgundy, สี Platinum, สี Cobalt Blue และ สี Graphite Gold ในราคาเริ่มต้น 38,900 บาท
We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings