
เปิดตัวไปแล้วกับ Galaxy Note 9 ที่หลายๆ คนรอคอยดูกันอยู่ว่าจะมีอะไรมาใหม่และน่าตื่นเต้นบ้าง ซึ่งก็เปิดตัวมาทำให้หลายๆ คนอยากจะเป็นเจ้าของกันเลยก็ว่าได้กับมือถือรุ่นเรือธงที่เปิดตัวมาพร้อมกับความฉลาดล้ำกว่าเดิม พร้อมหน้าจอไร้ขอบ Super AMOLED Infinity Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ผสานกับชิปเซ็ต Exynos 9810 Octa-Core พร้อม RAM 8GB หน่วยความจำสูงสุด 521GB โดดเด่นด้วย ปากกา S Pen รุ่นใหม่ มี Bluetooth แบตเตอรี่ 4,000mAh กล้องหลังคู่ 12 +12 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รวมไปถึงผู้ช่วยฉลาดกว่าเดิม Bixby 2.0 พร้อมมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68




สัมผัสแรกที่ได้จับรู้สึกว่าขนาดตัวเครื่องกำลังพอดีกับมือเลย พร้อมบอดี้แบบโลหะครอบทับด้วยกระจกแบบ Metal-Glass มีคุณสมบัติในการป้องกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 กรอบผลิตด้วยโลหะมีเส้นตามแนวขอบดีไซน์มาให้เหมือนเหลี่ยมเพชรเพิ่มความพรีเมี่ยมให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี หน้าจอโค้งสวยงามแบบ Infinity Display ด้วย Quad HD + Super AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ (1440×2960 พิกเซล) ถือว่ากว้างสุดในบรรดาตระกูลกาแลคซี่โน๊ตที่เคยเปิดตัวมาเลย น่าจะโดนใจเพื่อนๆหลายๆที่ชอบดูหนัง เล่นเกมส์บนสมาร์ทโฟนกันเลยแหละกว้างแถมยังให้สีที่สดใส สวมงาม

มาพร้อมสีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีโอเซี่ยนบลู (Ocean Blue), สีมิดไนท์ (Midnight Black) และสีเมทัลลิก คอปเปอร์ (Metallic Copper)

ขอบหน้าจอข้างล่างก็จะเจอปุ่มควบคุมการทำงานแบบ On-Screen ทั้งหมด 3 ปุ่ม ได้แก่ปุ่ม Recent Apps, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ


ในส่วนด้านบนของหน้าจอก็จะเจอกับเซ็นเซอร์ต่างๆ ลำโพงสำหรับสนทนาไว้สำหรับฟังเสียงการสนทนา รับสาย – โทรออก สุดท้ายก็กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.7 พร้อมโหมดการเซลฟี่ที่สามารถปรับระดับความขาว เนียนได้ถึง 6 ระดับ รวมไปถึงมีฟิลเตอร์ต่างๆให้ได้เลือกเอามาใช้กันเพียบเลย นอกจากนั้นก็ยังสามารถถ่ายภาพแบบชัดหน้า-เบลอหลังได้ละมุน นุ่มนวลดีมากชอบเลย และก็มีโหมด AR EMOJI ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้การเซลฟี่ของคุณและเพื่อนๆสนุกมากกว่าเดิม

มาในส่วนท้ายเครื่องก็จะเจอกับช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ตไว้เสียบสายชาร์จแบบ USB-C พร้อมเป็นช่องทางในการถ่ายโอนข้อมูลต่างๆจากสมาร์ทโฟนไปยังคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คของคุณ ถัดไปก็ลำโพงหลักแบบสเตอริโอ ที่พัฒนาโดย AKG ด้วยเทคโนโลยี Dolby Atmos ที่จะช่วยให้การรับฟังเพลง ดูหนังของคุณสมจริงยิ่งขึ้น สุดท้ายก็จะเป็นช่องเก็บปากกา S Pen นั้นเอง

มาส่วนหัวของตัวเครื่องกันบ้างก็จะเจอกับไมโครโฟนสำหรับตัดเสียง แล้วก็ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ที่สามารถ รองรับการใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM) แบบ nanoSIM


ด้านขวาของเครื่องก็จะมีปุ่มเอาไว้ เปิด-ปิด เครื่อง และก็กดล็อคหน้าจอ ส่วนทางด้านซ้ายก็จะมีปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง แต่ถ้าจะอยากแคปหน้าจอก็ให้กดปุ่มลดระดับเสียงไปพร้อมๆกับปุ่มล็อคหน้าจอ ถัดลงมาก็ปุ่ม Bixby ปุ่มสำหรับการเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะ





มาส่องทางด้านหลังเครื่องกันบ้างก็จะเจอกับ กล้องดิจิทัลหลังแบบคู่ (Dual-Camera) กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์มุมกว้าง (Wide-angle Lens) : Super Speed Dual Pixel กล้องตัวรองความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto Lens) พร้อมรูรับแสงแบบปรับระดับได้ระหว่าง F/1.5-2.4, ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ Dual Pixel PDAF, ระบบซูมภาพแบบ Optical Zoom 2X รวมไปถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS นอกจากนั้นกล้องหลังก็ยังสามารถวิเคราะห์ฉาก วิวทิวทัศน์และวัตถุต่างๆโดยอัตโนม้ติได้ถึง 20 รูปแบบเลย พร้อมจะปรับสี คอนทราสให้ภาพที่ได้นั้นสวยสมบูรณ์แบบ คมชัดถึงที่สุด พร้อมระบบจับจุดบกพร่อง (Flaw Detection) โดยการแจ้งเตือนทันทีเมื่อเราถ่ายภาพเบลอ, เราหลับตา, มีคราบเปื้อนบนเลนส์ หรือเกิดการย้อนแสง คือง่ายๆระบบมันจะเตือนทุกครั้งที่อะไรก็ตามมาทำให้ภาพการเซฟฟี่ของเราไม่เพอร์เฟคนั้นแหละ และก็ยังมีเทคโนโลยีลบน๊อยซ์ของภาพด้วย เพราะฉะนั้นภาพถ่ายที่ได้จากกล้องหลังนั้นจะสวยงาม คมชัดในทุกๆภาพจริงๆ
ถัดลงมาจากกล้องก็จะเป็นตำแหน่งการสแกนนิ้วมือเพื่อปลดล็อคการเข้าเครื่อง ช่วยรักษาข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญๆของเราให้ปลอดภัยจากผู้ไม่หวังดีได้เป็นอย่างดี





มาดูปากกา S Pen ที่อัปเดตใหม่ล่าสุดกันบ้างซึ่งโดดเด่นด้วยการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth Low-Energy (BLE) ใช้พลังงานถือว่าน้อยมากเพียง 0.5 mAh ซึ่งถูกซิงก์ไว้กับตัว Note 9 จึงทำให้ปากกา S Pen นั้นสามารถสั่งการได้เสมือนรีโมทคอนโทรลเลยก็ว่าได้ โดยการกดปุ่ม S Pen ที่อยู่ข้างๆด้ามปากกาเพื่อกดถ่ายรูปเซลฟี่ หรือกดถ่ายรูปหมู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาตั้งเวลาในโทรศัพท์เพื่อถ่ายรูปเลย รวมไปถึงสามารถกดเพื่อบันทึกเสียง กดเพื่อหยุด หรือกดเพื่อเล่นวีดีโอก็ได้ง๊ายง่ายเพียงปลายนิ้วของผู้ใช้งานสะดวกต่อการใช้งานสุดๆ ก็เพียงแค่ดึงเจ้าตัวปากกา S Pen ออกมาก็สามารถใช้งานได้ทันที นอกจากนั้นก็ยังสามารถทำงานได้ไกลสุดที่ระยะ 10 เมตรเลย
สำหรับในส่วนของการใช้งานของปากกา S Pen นั้นบอกคร่าวๆละกันนะ ว่าถ้าจะถ่ายรูปก็กดครั้งเดียวก็ถ่ายละ แต่ถ้ากด 2 ครั้งติดกัน ก็จะเป็นการสลับกล้องหน้าไปกล้องหลัง-กล้องหลังมากล้องหน้าประมาณนี้
และมีอีกเรื่องที่อยากจะบอกคือปากกา S Pen ของ Galaxy Note 9 เจ้าตัวหมึกที่จะเชียนลงไปบนหน้าจอนั้นจะเป็นสีเดียวกับตัวปากกาเลย อย่างปากกาสีเหลืองหมึกก็จะเป็นสีเหลืองเช่นกัน แต่ยกเว้นเจ้าตัวปากกาสีดำนะอันนั้นซึ่งก็จะยังเป็นหมึกสีขาว






เอาเป็นว่ามือถือรุ่น Galaxy Note 9 นั้นแค่ดีไซน์ก็ดีงามแล้ว และก็ยังจะหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ (1440×2960 พิกเซล) ถือว่ากว้างสุดในบรรดาตระกูลกาแลคซี่โน๊ตที่เคยเปิดตัวมาเลย ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 (Oreo) ผสานชิปเซ็ต Snapdragon 845 ที่ทำงานได้รวดเร็วไหลลื่น พร้อม Bixby AI Assistant ฟีเจอร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ฉลาดกว่าเดิมไปอีก โดดเด่นด้วยปากกา S Pen ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายมากกว่าเดิม อาทิ ถ่ายรูปผ่านปากกา S Pen ได้เลย ไม่ใช้แค่เอาไว้ขีดเขียนอย่างเดียว นอกจากนั้นก็ยังมาพร้อมแรมขนาด 6 GB หน่วยความจำภายในขนาด 128 GB และก็ยังรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุดขนาด 512GB ถือว่าให้พื้นที่เยอะมากเลย ที่สำคัญก็ยังมาพร้อมคุณสมบัติมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 รวมถึงแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 4.0 ใช้งานได้ยาวนานไม่ต้องชาร์จบ่อย
We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings